ไฮโล มีประวัติ และ ความป็นมาอย่างไร พร้อมกับวิธีเล่น

ไฮโล มีต้นกำเนิดมาจาก ประเทศจีน ในตอนล่าง โดยมีชาวจีนกลุ่มหนึ่ง ที่เป็นนักก่ออิฐ ซึ่งในวันหนึ่ง คนจีนกลุ่มดังกล่าว เกิดมีเวลาว่างงาน

พวกเขาจึงได้ทำการ นำก้อนอิฐ ก้อนหนึ่ง ที่แตกหักไปแล้ว มาทำการ แกะสลักให้เป็นรูปทรง สี่เหลี่ยม และ พร้อมกับแกะสลัก ตัวเลข บนหน้าสี่เหลี่ยม ของก้อนอิฐ จนครบทุกหน้า

ก้อนอิฐ ที่เขาได้ทำการแกะสลัก และ ใส่เลขกำกับลงไป ทั้ง 6 ด้าน จะมีเลข ตั้งแต่ 1 – 6 บนก้อนอิฐ จนครบทั้ง 3 ลูก จากนั้น คนงานกลุ่มนั้น

ได้นำมาโยนเล่น และ ทำการทาย จำนวนแต้ม หากใคร ทายถูก หรือ ได้แต้มที่ใกล้เคียงมากที่สุด คนนั้นก็จะเป็นผู้ชนะ

แต่เมื่อ มีจำนวนคนล่น หรือ ผู้ร่วมทายในเกมที่มากขึ้น ทำให้พวกเขานั้น จำกันไม่ได้ว่า ใครทายอะไรไว้ หรือ ทายแต้มไว้เท่าไร จึงมีผู้เล่นคนหนึ่ง คิดขึ้นได้ว่า ต้องมีการทำตาราง

เพื่อให้แต่ละคนนั้น วางเดิมพัน ในช่องที่เขา ต้องการทายผลจึงได้มีการวาดแผ่นตาราง เพื่อใช้ในการทายผล เกิดขึ้น หลังจากนั้น พวกเขาก็ดริ่มมีการ วางเดิมพัน หรือ มีการพนัน เกิดขึ้นนั้นเอง

จากนั้นเกมไฮโล ก้ได้ถูกเผยแพร่ออกไป จนกระทั้ง จนประเทศเวียดนาม จนทำให้ เกมไฮโลนั้น เริ่มเป็นที่รู้จักกัน และ ได้มีการเผยแพร่วิธีการเล่น จนมาถึงประเทศไทย จึงทำให้คนไทยนั้น ได้รู้จักกับเกมไฮโล และ เล่นกันอย่างแพร่หลาย จนกระทั้ง กลายเป็นเกมพนัน ยอดนิยมของคนไทย

วิธีเล่นไฮโลพื้นบ้าน หรือ ไฮโลไทย เป็นอย่างไร

วิธีเล่นไฮโลพื้นบ้าน หรือ ไฮโลไทย จำเป็นจะต้องมี อุปกรณ์ที่ใช้ในการเล่น คือ ลูกเต๋า ที่มีตัวเลขทั้ง 6 หน้า 3 ลูก , แผ่นกระดาษ หรือ แผ่นยาง

ที่เป็นตารางสำหรับ วางเดิมพัน , ฝาครอบลูกเต๋า หรือ ฝากระติ๊บ ที่ทึบสนิท และ ไมาสามารถมองทะลุผ่าน หรือ มองเห็นลูกเต๋าได้ พร้อมกับ จานรองลูกเต๋า

การเล่นนั้น จะเป็นการเล่น เพียง 2 ฝั่ง คือ ฝั่งของ “เจ้ามือ” และ ฝั่งของ “ผู้เล่น” เหมือนๆกับการเล่น เต้าน้ำปูปลา และ เกมไพ่อย่าง บาคาร่า โดยมีขั้นตอนในการเล่น ดังนี้

1.เจ้ามือ จะนำลูกเต๋า นำลูกเต๋าทั้ง 3 ลูก มาวางลงใน จานรองลูกเต๋า จากนั้นปิดด้วย ฝาครอบลูกเต๋า หรือ ฝากระติ๊บ แล้วทำการเขย่า และ จานรองลูกเต๋าไว้ โดยที่จะไม่เปิด ฝาครอบออกก่อน

2.ผู้เล่น จะต้องทำการ ทายผล และ วางเดิมพัน บนแผ่นยาง หรือ แผ่นกระดาษ ที่เป็นตารางการวางเดิมพัน ของเกมส์ไฮโล ทั้งนี้ ผู้เล่น สามารถวางเดิมพันได้ตามต้องการ โดยที่ไม่มีการ กำหนดว่าว่างเดิมพัน ได้กี่ช่อง

3.เมื่อ ผู้เล่น วางเดิมพันเสร็จแล้ว เจ้ามือ จะทำการเปิดฝาครอบลูกเต๋า เพื่อดูผล จากหน้าลูกเต๋า ที่หงายขึ้น ทั้ง 3 ลูก ซึ่งนั้นคือ ผลสรุปของเกม

4.เจ้ามือ จะทำการจ่ายเงิน ให้กับผู้ที่ ทายถูก หรือวางเดิมพันในช่อง ที่ผลของลูกเต๋าออก และ ทำการยึดเงิน ของผู้ที่แพ้ หรือ ทายผิดช่องนั้นเอง ก็เท่ากับว่า จบไป 1 เกมส์
จากนั้น เจ้ามือ จะทำการเริ่มเล่น ไฮโล รอบใหม่ ตามขั้นตอนที่ 1 – 4 ไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีกำหนด

เกมส์ไฮโล ออนไลน์ และ รูปแบบการวางเดิมพัน

ไฮโล

เกมส์ ไฮโล ออนไลน์ นั้นมีรูปแบบ การวางเดิมพันที่หลากหลาย ซึ่งการจะดูเล่นเป็นที่ ยุ้งยากเล็น้อย สำหรับมือใหม่ เนื่องจากว่า เกมส์ไฮโล นั้นมีการใช้ลูกเต่าถึง 3 ลูกด้วยกัน จึงทำให้ มีรูปแบบการออกผลที่หลากหลาย

ซึ่งการเล่นไฮโลออนไลน์นั้น เป็นอีก 1 ทางเลือกที่สะดวกสบาย ต่อนักพนันเป็นอย่างมาก เนื่องจากว่า นักพนันสมารถที่จะเข้าเล่น และ ว่างเดิมพันได้ทุกเวลาที่ต้องการ

สำหรับไฮโลออนไลน์นั้น ก็จะมีการเล่นที่คล้ายกับ การเล่นไฮโลพื้นบ้าน ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอน หรือ รูปแบบการวางเดิมพันก็ตามแต่

รูปแบบการวางเดิมพัน เกมไฮโลออนไลน์ มีดังนี้ 

ไฮโล
  • การวางเดิมพันที่ เต็งสูง และ ต่ำ มีอัตราการจ่าย 1:1 โดยจะนับแต้มของลูกเต๋าทั้ง 3 ลูก
    • สูง จะมีแต้มตั้งแต่ 11 – 17 แต้ม 
    • ต่ำ จะมีแต้มตั้งแต่ 4 – 10 แต้ม  

*** ถ้าหากว่า ลูกเต๋าทั้ง 3 ลูกนั้น ออกหน้าแต้มเหมือนกันหมด หรือที่เรียกว่า ตอง ในกรณีนี้ จะถือว่า ฝั่งของ เจ้ามือ ชนะ ***

  • การวางเดิมพันที่ คู่ คือ การทายผลรวมแต้มของ ลูกเต๋าทั้ง 3 ลูก เป็นเลขคู่ จึงจะถือว่าคุณทายถูก อัตราการจ่าย จะอยู่ที่ 1:1 
  • การวางเดิมพันที่ คี่ คือ การทายผลรวมแต้มของ ลูกเต๋าทั้ง 3 ลูก เป็นเลขคี่ จึงจะถือว่าคุณทายถูก อัตราการจ่าย จะอยู่ที่ 1:1 
  • การวางเดิมพันที่ ตอง แบบเฉพาะเลข หรือ การวางแบบระบุเลข คือ การทายว่า ลูกเต๋า ออกหน้าเดียวเหมือนกันหมดทั้ง 3 ลูก เช่น 333, 666 หรือเลขใดก็ได้ ตั้งแต่ 1-6 อัตราการจ่าย จะอยู่ที่ 1:150 การวางเดิมพันแบบนี้ จะเกิดขึ้นได้น้อยมาก ที่ผลจะออกเป็น ตอง
  • การวางเดิมพันที่ ตอง แบบ รวมเลข 1-6 คือ การวางเดิมพันเพื่อ ทายว่า ลูกเต๋าออกหน้าแต้มเหมือนกันทั้ง 3 ลูก เช่น 111 , 222 , 333 , 444 , 555 และ 666 แบบใดก็ได้ อัตราการจ่าย จะอยู่ที่ 1: 24
  • การวางเดิมพันที่ เต็ง แบบหนึ่งตัวเลข คือ การทาย หน้าลูกเต๋าเพียง 1 ใน 3 ของลูกเต๋า เช่น วางเดิมพันที่ 2 ผลของลูกเต๋าทั้ง 3 ออกมาเป็น 1 , 2 , 4 จึงจะชนะ อัตราการจ่าย จะอยู่ที่  1:1
  • การวางเดิมพันที่ เต็ง แบบสองตัวเลข คือ การทาย หน้าลูกเต๋า 2 ใน 3 ของลูกเต๋า เช่น วางเดิมพันที่ 1 และ 2 และ ผลของลูกเต๋าทั้ง 3 ลูกที่ออกมานั้น เป็น 1,2,4 จึงจะชนะ อัตราการจ่าย อยู่ที่ 1:2
  • การวางเดิมพันที่ โต๊ส คือ การเลือกเลขที่จะเดิมพัน 2 เลข หากออกมาตรงกับ วางเดิมพัน จะถือว่าชนะ อัตราการจ่าย จะอยู่ที่ 1:5
  • การวางเดิมพันที่ โต๊สคู่ คือ การเลือกเลขที่จะเดิมพัน 1 เลข แต่ ลูกเต๋า 2 ใน 3 ลูกนั้น จะต้องออกมา เหมือนกัน เช่น 1-1 , 2-2 , 3-3 ไปจนถึง 6-6 หากออกมาตรง จึงจะชนะ อัตราการจ่าย จะอยู่ที่ 1:8
  • การวางเดิมพันที่ เต็งแบบแต้มรวม คือ การทายผลรวมของ ลูกเต๋าทั้ง 3 ลูก เช่น ทายผลว่า 12 แต้ม แล้วผลรวม ของลูกเต๋า เท่ากับ 12 แต้ม จึงจะถือชนะ อัตราการจ่าย จะจ่ายตามแต้มที่ เช่น แต้มรวมเป็น 12 มีอัตราการจ่าย เท่ากับ 1:12

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here